พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ

 

          พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ ประพัทธอินทนันทพงษ์ ดำรงนทีสันดรเขตต์  ทศลักษเกษตรอุดม บรมราชสวามิภักดิ์ บริรักษ์ปัจฉิมานทิศสุจริตธรรมธาดา มหาโยนางคราชวงษาธิบดี เจ้านครเชียงใหม่ องค์ที่ 9

 

พระราชประวัติ

          นายพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ  เจ้านครเชียงใหม่องค์ที่ 9 (พ.ศ.2452 - 2482) และเป็นองค์สุดท้ายของเจ้าหลวงเชียงใหม่ มีนามเดิมว่า เจ้าแก้ว นามสกุล ณ เชียงใหม่ เป็นราชบุตรองค์ที่ 6 ของพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่องค์ที่ 7  มารดาชื่อ  แม่เจ้าเขียว สมภพ ณ วันจันทร์ขึ้น 6 ค่ำ เดือนเกี๋ยงเหนือ (เดือน 11)หรือจันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2405 ณ คุ้มหลวงนครเชียงใหม่ (บริเวณโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยในปัจจุบัน มีภาดาและภาคินีร่วมบิดา 11 คน และร่วมอุทร 2 คน

          เมื่อเจ้าแก้วมีชนมายุได้  22 ปี ได้เสกสมรสกับแม่เจ้าจามรี ธิดาเจ้าราชภาคิไนย (แผ่นฟ้า) ต่อมาภายหลังได้เจ้าหญิงไฟ หม่อมบัวเขียว และหม่อมแส เป็นหม่อม หรือชายาอีก 4 มีบุตร 4 คน ธิดา 2 คน

          1. เจ้าอุดรการโกศล (เจ้าน้อยศุขเกษม)

          2. เจ้าหญิงบัวทิพย์

          3. เจ้าราชบุตร (วงษ์ตะวัน)

          (ลำดับ 1-3 เกิดแต่แม่เจ้าจามรี)

          4. เจ้าพงษ์อินทร์

          5. เจ้าหญิงศิริประกาย

          6. เจ้าอินทนนท์

          (ลำดับ 4-6 เกิดแต่หม่อมเขียว)

          ถึงแก่พิราลัยวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2482 เวลา 21.30 น. รวมพระชนมายุได้ 77 ปี

          เจ้าแก้วนวรัฐ  เริ่มเข้ารับราชการเมื่อ พ.ศ.2420 ขณะท่านมีอายุได้ 15 ปี ในสมัยที่พระบิดาของท่านคือ เจ้าอินทวิชานนท์ ได้เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 ซึ่งมีสิทธิ์ในการปกครองอย่างเจ้าประเทศราชที่ต้องถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทองเป็นเครื่องราชบรรณาการทุก 3 ปี

 

ผลงานที่สำคัญ ได้แก่

         1. พ.ศ.2420 พระเจ้าอินทวิชยานนท์โปรดให้คุมราษฏรจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน ประมาณ 300 ครัวเรือน ขึ้นไปตั้งภูมิลำเนาที่เมืองเชียงแสนซึ่งเป็นเมืองร้าง

         2. พ.ศ.2429  พระเจ้าอินทวิชยานนท์โปรดให้เป็นผู้แทนพระองค์ควบคุมเครื่องราชบรรณาการและต้นไม้เงินต้นไม้ทอง ไปทูลเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพฯ

         3. พ.ศ.2433  ปราบกบฏพญาผาบ  นายแคว้นสันทรายที่ก่อกบฎขึ้น  โดยรวบรวมชาวบ้านติดอาวุธโดยว่าจะเข้ามาฆ่านายอากรชาวจีนและข้าราชการชาวไทย     อันเนื่องมาจากไม่พอใจที่ราษฏรถูกขูดรีดเรื่องภาษีจนถึงขั้นทำร้ายราษฏร

         4. พ.ศ.2452 รั้งตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่

         5. เป็นนายกองสร้างถนนหลายสาย    เพื่อเชื่อมการคมนาคมอำเภอรอบนอกกับในเมือง   ถนนสายสำคัญที่ท่านมีส่วนร่วม ได้แก่  ถนนสายสันทราย-ดอยสะเก็ด  ปัจจุบันเรียกถนนแก้วนวรัฐ  ถนนสายขึ้นดอยสุเทพร่วมกับครูบาศรีวิชัย    ซึ่งท่านเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์     และเป็นผู้ขุดเป็นปฐมฤกษ์     เมื่อวันที่     9 พฤศจิกายน พ.ศ.2477

         6. เจ้าแก้วนวรัฐฯ   ทรงนำเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  7  ครั้งเสด็จเลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พ.ศ.2469

 

เกียรติคุณที่ได้รับ

         1. เจ้าแก้วนวรัฐ  ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์สูงสุด คือ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ที่ 9 และยังได้รับพระราชทานยศพลเรือนเป็นมหาอำมาตย์โท   และยศทหารเป็นพลตรีราชองครักษ์พิเศษ   และนายทหารพิเศษประจำกองทัพบก ในปี พ.ศ.2462

         2. จากผลงานที่ได้ทำนุบำรุงบ้านเมือง  นามของท่านได้รับการจารึกเพื่อเป็นเกียรติสืบมา คือ สะพานนวรัฐ สโมสรนวรัฐ ถนนแก้วนวรัฐ วัดศรีนวรัฐ และโรงเรียนศรีนวรัฐ (ตำบลทุ่งเสี้ยว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่)

         3. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสกุลแก่พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ และทายาทในสกุลของ เจ้าเจ็ดตน ว่า  ณ เชียงใหม่