ตำนานวันสงกรานต์

 

           นานมาแล้ว มีเศรษฐีอยู่คนหนึ่ง มีสมบัติเงินทองมากมาย แต่ไม่มีทายาทสืบสกุล จึงถูกยาจกผู้มีบุตรมากซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กัน พูดจาดูถูก ว่าสมบัติของท่านแม้มีมากมาย ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีทายาทไว้สืบสกุล เศรษฐีผู้นั้นจึงได้บวงสรวงทำพิธีขอบุตร แต่ผ่านมาเนิ่นนาน ก็ยังไม่สามารถมีบุตรได้ จนในที่สุด เศรษฐีก็ได้มาขอบุตรจากพระไทร พระไทรรู้สึกสงสาร จึงได้มาทูลขอจากพระอินทร์ พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลกุมารเทวบุตรจุติลงมาเกิดเป็นบุตรของเศรษฐีผู้นั้น

           ธรรมบาลกุมารเติบโตมาเป็นเด็กฉลาดเฉลียว สามารถเรียนไตรเทพจบตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทั้งยังสามารถเรียนรู้ภาษานก ความดังกล่าวรู้ถึงท้าวกบิลพรหม จึงต้องการทดสอบปัญญาของธรรมบาลกุมาร จึงเสด็จมาโลกมนุษย์ ตั้งคำถามธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ คือ ตอนเช้าราศีอยู่ที่ใด กลางวันราศีอยู่ที่ใด ตอนเย็นราศีอยู่ที่ใด โดยตกลงกันว่า ถ้าธรรมบาลกุมารไม่สามารถตอบคำถามได้ภายใน 7 วัน จะต้องตัดศีรษะบูชาท้าวกบิลพรหม แต่ถ้าสามารถตอบได้ ท้าวกบิลพรหม จะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมารเช่นกัน

           จนเวลาผ่านไปได้ 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ แต่ระหว่างที่นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็ได้ยินพวกนกคุยกัน ว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องออกหาอาหารแล้ว จะรอกินร่างกายของธรรมบาลกุมารที่ไม่สามารถตอบคำถามของท้าวกบิลพรหมได้ และนกยังได้พูดคุยกันถึงเรื่องคำถามคำตอบว่า ตอนเช้าราศีอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงต้องเอาน้ำล้างหน้า กลางวันราศีอยู่ที่อก มนุษย์จึงเอาน้ำพรมอก ตอนเย็นราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงเอาน้ำล้างเท้า ธรรมบาลกุมารจึงจดจำคำตอบไว้

           พอธรรมบาลกุมารสามารถตอบคำถามได้ ท้าวกบิลพรหมจึงจำต้องตัดเศียรตามคำสัญญา แต่ด้วยว่าเศียรของท้าวกบิลพรหมนั้น หากตกต้องพื้นดิน พื้นดินก็จะลุกเป็นไฟ หากตกลงในมหาสมุทร น้ำก็จะเหือดแห้งหมด หากโยนขึ้นไปในอากาศ ฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล ท้าวกบิลพรหมจึงเรียกธิดาทั้งเจ็ดมา โดยให้นำพานมารองรับเศียร แล้วนำไปแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ แล้วนำเข้าไปเก็บในมณฑปถ้ำธุลีที่เขาไกรลาศ พอครบกำหนดพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ก็ให้ธิดาทั้ง 7 ผลัดกันนำเศียรมาแห่เวียนรอบเขาพระสุเมรุเป็นประจำทุกปี...