เสือน้อยเป็นพระเอกในเรื่องนี้  จริง ๆ แล้ว  เสือน้อยไม่ใช่เสือ  และก็ไม่ใช่แมว  แต่เสือน้อยคือ หมาไทยตัวหนึ่ง  ซึ่งเจ้าของเดิมเขาบอกว่า  เสือน้อยเกิดมาจากพ่อ แม่ที่เป็นพันธุ์บางแก้ว  มีชื่อเสียงดังมาก  ว่าเป็นพันธุ์ไทยแท้  ราคาไม่ถูกนัก  ตัวละสามพันบาท  แต่เมื่อตอนที่ไปหาซื้อนั้น  เสือน้อยเพิ่งมีอายุได้เพียง เดือนกว่า ๆ  เจ้าของเขาเลยลดให้  ราคาจึงเป็นที่  สองพันห้าร้อยบาท  เราซื้อมาสองตัวจากสองคอก  เสือน้อยมีขนสีน้ำตาล-ขาว  ส่วนอีกตัวหนึ่ง ตัวใหญ่กว่า  มีอายุมากกว่าเสือน้อย ๒ เดือน  มีขนสีดำ-ขาว  เราตั้งชื่อว่า  แพนด้า  ทั้งสองตัวมีทะเบียนบ้านอยู่ที่พิษณุโลก  ตอนไปรับมา  เอาทั้งสองตัวใส่ในกรง  แพนด้า  ร้องโวยวาย  ทั้งหอนเสียงดัง  ขณะที่เสือน้อยนอนอยู่ตรงมุมในของกรง  ขดตัวนอนเงียบ  ไม่ส่งเสียงเลย  ทั้ง ๆ ที่อายุน้อยกว่า  แต่เมื่อใดที่แพนด้าดิ้นไปถูก  เสือน้อยจะคำรามขู่ แบบไม่ยอมกลัวเลย เราเลยตั้งชื่อว่า เสือน้อย  เพราะตัวเล็ก

                        เมื่อเอามาเลี้ยงดูอยู่ด้วยกัน  ก็ยิ่งเห็นความแตกต่างของแพนด้ากับเสือน้อย  สำหรับแพนด้า  ไม่มีจริตกิริยาเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยเลย  กระโดกกระเดก ทะลึ่งตึงตัง  กินอาหารก็มูมมาม  ตรงข้ามกับเสือน้อย ซึ่งเรียบร้อย  กิริยามารยาทก็แช่มช้อย  น่าจะเป็นผู้หญิงเสียจริง  แทนที่จะเป็นผู้ชาย  เวลาเข้ามาใกล้เรา  จะเคล้าเคลีย ซุกไซ้เหมือนแมว เวลาถูกว่าเรื่องอะไรก็ตาม  จะส่งเสียงแปลก ๆในคอ เป็นเชิงโต้ตอบ  นิสัยที่ติดตัวคือ  ชอบบริการกัดหมัดให้กับตัวอื่น ๆ  ทุกครั้งที่เข้าใกล้กัน  ไม่ว่าจะเป็นแพนด้า หรือมูมู  ตอนที่สาว ๆ เป็นสัดพร้อม ๆ กัน  น่าสงสารเสือน้อย  เข้าทำนอง รักพี่ เสียดายน้อง  จะรักทั้งสองก็ไม่ไหว  แพนด้าก็อาละวาดกัดมูมู  เสือน้อยก็ยิ่งกลุ้มใจ  ไม่รู้จะเข้าข้างไหน  จะเข้าข้างแพนด้า  เพราะคู่กันมาก่อน  ก็สงสารมูมู  ที่ชอบฝากเนื้อฝากตัว  กัดหมัดให้พี่เสือน้อย  ทุกครั้งที่เข้าใกล้  ในขณะที่  แพนด้าไม่เคยทำเลย

                        เสือน้อยชอบท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง  ถ้าได้ออกไปอยู่นอกบ้าน  มิใยใครจะเรียกก็ไม่ยอมกลับ  เชิดหน้าเดินต่อไปอย่างไม่รู้ร้อน  เอาหูทวนลม  จนทุกคนระอา เพราะกลัวว่าจะถูกรถชนเอา 

                        จนวันหนึ่งก็โดนดีจนได้  รถยนต์คันหนึ่งแล่นมา  เสือน้อยทำหูทวนลมไม่ยอมหลีก  เขากดแตรแล้วก็นึกว่าหลีกพ้น  เลยชนก้นเข้าให้ดังปัง  เคราะห์ดีที่แล่นไม่เร็วนัก  แต่พ่อเสือน้อยก็คงจะเจ็บพอดู  วิ่งเข้าบ้าน  มาบ่น เสียงร้องไม่เหมือนหมาทั่ว ๆ ไปงึมงำเหมือนเสียงคนบ่น ยาวเหยียด

                        หลังจากนั้น ก็ค่อยเพลาการออกจากบ้านไปเที่ยวเตร่  แต่แอบขึ้นไปบนบ้านคุณยาย  ซึ่งปลูกติดถนนอยู่  มีดาดฟ้ายื่นออกไปถึงถนน  และเมื่อแดดส่องเข้าไปในบ้าน  คุณยายก็เลยทำกันสาด กันแดดไม่ให้ล้วงเข้าไปชั้นล่าง  เสือน้อยชอบที่จะไปยืนบนกันสาดที่ทำด้วยอลูมิเนียม  มองไปเห็นถนนทั้งสองข้าง  เสือน้อยมักจะไปยืนจนชิดขอบกันสาด  มองทิวทัศน์รอบ  ๆ   ใคร ๆ เห็นก็ให้หวาดเสียว  ว่ากันสาดที่ทำด้วยอลูมิเนียมจะทานน้ำหนัก เสือน้อยไม่ไหว จะตกลงไป  แต่เสือน้อยไม่เคยเชื่อฟัง  พี่ต่อเรียกก็หันมาดู แต่ไม่สนใจจะทำตาม

 

                        เช้าวันเกิดเหตุ  พี่ต่อนั่งดื่มกาแฟอยู่บนบ้าน  เสือน้อยก็ย่อง ๆ ขึ้นไปชมทิวทัศน์เช่นเคย  พี่ต่อเรียกก็ไม่สน  ออกไปยืนโชว์หุ่นอยู่ตรงกันสาดเช่นเคย  พี่ต่อมองตามไป  เห็นเสือน้อยเกิดอาการคัน ทรุดตัวลงนั่งเกาหมัดแกรก ๆ เพลิน ๆ  ลืมไปว่า  นั่งลงไปชิดกันสาด ซึ่งปูลาดลงไป  เลยพลาดหล่นจากชั้นบนลงไปข้างล่าง  ซึ่งสูงกว่า ๔ เมตร 

                        “เอ๋ง ๆ อุ๋ย  ๆ 

                        พี่ต่อตกใจรีบวิ่งลงบันใดไปดู เห็นเสือน้อยหมอบกระแต  ไม่ได้เอาหลังลง  พลิกตัวกลางอากาศเอา ขาลง  พี่ต่อรีบรักษาให้  เอาเป็นว่า เจ็บขาหลัง  และก็คงจะบอบช้ำพอสมควร  กระแทกลงมาในระยะ ๔ เมตร นับว่าสูงพอดู ถ้าเป็นตัวอื่นก็ไม่แน่ว่าจะต้องนอนหยอดน้ำข้าวหรือเปล่า  แต่สำหรับเสือน้อย เพียงแค่ทำให้พี่ต้นแปลกใจ  ว่าวันนี้ทำไมเสือน้อยซึ่งขึ้นไปนอนที่บนชานพักบันไดบ้านพี่ต้นจึงไม่ยอมลุก  เมื่อพี่ต้นออกจากห้องมา  ซึ่งผิดปกติ  มาถึงบางอ้อ เมื่อมีคนเล่าเรื่องเสือน้อยตกตึกให้ฟัง

                        แต่ก็ยังไม่แน่ว่า  เสือน้อยจะกลัวไม่ยอมเข้าไปใกล้กันสาดอีกหรือไม่  จบแล้ว

                                                                             ป้าลาวัณย์